มือถือ 64 บิต ครั้งแรกของโลก - รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
เดือนนี้การแข่งขันด้านมือถือร้อนแรงมาก มีการเปิดตัวมือถือใหม่จากค่ายใหญ่ ๆ ออกมากันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นของค่ายแอปเปิลที่ออกตัวไอโฟน 5 เอส ( iPhone 5s) ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ซึ่งทางด้านคู่แข่งคนสำคัญอย่างซัมซุงเองก็ไม่ยอมแพ้ออกกาแล็คซี่ เอส 5 ( Galaxy S5) ตามมาติด ๆ จนคนติดตามเริ่มงงครับว่าค่ายนึงก็ 5 เอส อีกค่ายก็ เอส 5
มือถือตัวใหม่ของทั้งสองค่ายมีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง ตัว CPU (Central Processing Unit) ที่อยู่ในมือถือตัวใหม่ของทั้งสองค่าย ซึ่งเป็น CPU มือถือชนิด 64 บิต (bit) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ที่ CPU ชนิด 64 บิตมาอยู่บนมือถือ เพราะก่อนหน้านี้ CPU บนมือถือของเราจำกัดอยู่แค่ 32 บิต หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านของผู้อ่านหลาย ๆ คนก็ยังคงใช้ CPU ชนิด 32 บิตกันอยู่เลย
สรุปง่าย ๆ ว่า CPU ชนิด 64 บิตของมือถือตัวใหม่นี้ เรียกได้ว่าเป็น CPU ที่แรงจริง และสามารถทำอะไรได้มากขึ้นมาก แต่เครื่องที่ CPU แรง ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าสำหรับทุกคนเสมอไป การที่ CPU รองรับบิตมากกว่าเดิมนั้น นอกจากระบบจะกินหน่วยความจำมากขึ้น ยังแถมพ่วงกับปัญหาที่ว่า พวกโปรแกรมเก่า ๆ ทั้งหมดบนมือถือรุ่น CPU 32 บิตที่เราเคยมีอาจจะไม่สามารถใช้งานได้ โดยเฉพาะหากนักพัฒนาไม่ทำการอัพเดตโปรแกรมให้รองรับการทำงานกับ CPU ตัวใหม่นี้ นอกจากนี้วงจรของ CPU ที่ซับซ้อนมากขึ้นก็ทำให้เปลืองไฟมากขึ้นด้วย หากเป็นงานง่าย ๆ ที่จำนวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องมีน้อย ใช้แค่ CPU ที่ระดับบิตน้อย ๆ ก็มากเกินพอต่อการใช้งานแล้ว ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรของเครื่อง กินไฟน้อย แถมราคาถูกกว่า พูดง่าย ๆ ก็คือ การจะใช้ CPU แรง ๆ อย่างชนิด 64 บิตนี้ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ก็ต่อเมื่อเรามีระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับความแรงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ไม่งั้น CPU แรง ๆ ก็เป็นได้แค่เครื่องประดับโก้ ๆ ที่กลับจะเป็นภาระหรืออุปสรรคต่อการใช้งานมือถือของเราเท่านั้นเอง
ในส่วนของผู้ใช้ อาจจะต้องแล้วแต่ลักษณะการใช้งานของแต่ละคนว่าเหมาะกับตัว CPU บนมือถือตัวใหม่นี้ไหม เช่น เราใช้โปรแกรมอะไรบ่อย โปรแกรมเหล่านั้นยังคงมีการอัพเดตเพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ เราเล่นเกมกราฟิกส์เยอะไหม ใช้แบตเตอรี่ต่อวันขนาดไหน