วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไบต์ (byte)

ไบต์ (byte) หมายถึง เนื้อที่ที่คอมพิวเตอร์จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล 1 ตัวอักษรตามรหัสแอสกี (เช่น A, B, C, ก, ข, ค, ง ฯลฯ) หรือจำนวนเต็ม 1 จำนวน (-128 ถึง 127 เมื่อคิดเครื่องหมาย หรือ 0 ถึง 255 เมื่อไม่คิดเครื่องหมาย) 1 ไบต์จะประกอบด้วยข้อมูลเลขฐานสองจำนวน 8 บิต และใช้เป็นหน่วยวัดขนาดของหน่วยความจำหรือสื่อบันทึกข้อมูลว่า สามารถเก็บข้อมูลได้กี่ตัวอักษร

          เวิร์ด (word) เป็นคำที่ใช้เรียกจำนวนบิตที่มากขึ้น แต่ก็ไม่มีขนาดเป็นมาตรฐานตายตัว บนเครื่องคอมพิวเตอร์สถาปัตยกรรม IA-32 จำนวน 16 บิตจะเรียกว่าเวิร์ด ในขณะที่ 32 บิตเรียกว่า ดับเบิลเวิร์ด (double word) หรือ dword ในขณะที่สถาปัตยกรรมอื่น ๆ หนึ่งเวิร์ดมีค่าเท่ากับ 32 บิต, 64 บิต หรือค่าอื่น ๆ ซึ่งหน่วยประมวลผลกลาง จะทำการประมวลผลกับเวิร์ดได้สะดวกที่สุด     
ในวิทยาการคอมพิวเตอร์ หน่วยวัดที่ใช้กันนั้น นิยมวัดเป็นกิโลไบต์ (Kilobyte) เมกะไบต์ (Megabyte) จิกะไบต์ (Gigabyte) และเทระไบต์(Terabyte) ซึ่งแต่ละหน่วยวัดมีค่าตัวคูณต่างกัน 1,024 หรือ 210 หน่วย แต่มนุษย์จะประมาณค่าตัวคูณไว้ที่ 1,000 หน่วยเพื่อความสะดวกในการคำนวณ หน่วยวัดแต่ละหน่วยสามารถสรุปได้ดังนี้


                1 กิโลไบต์ = 1,024 ไบต์
                1 เมกะไบต์ = 1,048,576 ไบต์ หรือ 1,024 กิโลไบต์
                1 จิกะไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ หรือ 1,024 เมกะไบต์
                1 เทระไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือ 1,024 จิกะไบต์

                      การเปรียบเทียบ

    ขนาดความจุโดยประมาณ
1 ไบต์                    อักษรหนึ่งตัว
10 ไบต์                    หนึ่งหรือสองคำ
100 ไบต์                    หนึ่งหรือสองประโยค
1 กิโลไบต์                    หนึ่งย่อหน้าสั้นๆ
10 กิโลไบต์                    สารานุกรมหนึ่งหน้า
100 กิโลไบต์                    รูปถ่ายคุณภาพระดับกลาง
1 เมกะไบต์                    เรื่องสั้นหนึ่งเรื่อง
10 เมกะไบต์                    วรรณกรรมของเชกสเปียร์สองเล่ม
100 เมกะไบต์                   หนังสือที่วางเรียงซ้อนกันสูงหนึ่งเมตร
1 จิกะไบต์                     หน้ากระดาษที่บรรจุเต็มรถบรรทุก

ข่าว ITกูเกิลแจ้งเกิด Views ชวนผู้ใช้เพิ่มภาพ 360 องศาลง Google Maps

กูเกิลแจ้งเกิด Views ชวนผู้ใช้เพิ่มภาพ 360 องศาลง Google Maps

                           ภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศาจากส่วน Views บนแผนที่ Google Maps

“กูเกิล” จุดพลุเว็บไซต์ชุมชนหรือ community site ใหม่ล่าสุดในชื่อ Views หวังเชิญชวนผู้ใช้เพิ่มภาพถ่ายพานอรามา 360 องศาลงในบริการแผนที่อย่าง Google Maps ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นพร้อมกับการร่อนอีเมลเชิญทดลองใช้งานแว่นอัจฉริยะ “กูเกิลกลาส (Google Glass)” ซึ่งสะท้อนว่าแว่นอัจฉริยะนี้อาจใกล้วางตลาดมากขึ้นทุกที
       
       ภาพถ่ายพาโนรามารอบทิศทาง 360 องศานั้นถูกกูเกิลเรียกว่า “photo sphere” ภาพเหล่านี้จะถูกนำมาติดลงในแผนที่และถูกติด Tag ระบุพิกัดตำแหน่งโดยละเอียด จุดนี้ข้อมูลจากอีสาน ราโพพอร์ต (Evan Rapoport) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของกูเกิลระบุว่า ภาพ Photo sphere เหล่านี้สามารถถ่ายได้ได้กล้องดิจิตอลบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (Android) เวอร์ชัน 4.2 (Jelly Bean) ขึ้นไป
       
       ผู้ใช้สามารถอัปโหลดภาพ 360 องศาหลังจากลงชื่อใช้งานบนเว็บไซต์ Views ด้วยชื่อโปรไฟล์บริการกูเกิลพลัส (Google+) จากนั้นคลิกที่ปุ่มรูปกล้องดิจิตอลสีฟ้าด้านมุมขวาบนของหน้า เท่านี้ผู้ใช้จะสามารถส่งภาพ photo sphere ที่ถ่ายเก็บไว้ในบริการกูเกิลพลัส หรือในส่วนแกลเลอรี่ของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ได้ด้วยการแตะที่ปุ่ม “แชร์ (Share)” แล้วเลือกแชร์ไว้ที่บริการแผนที่ Google Maps
     
       ***“กูเกิล” ร่อนอีเมลเชิญใช้ Google Glass

       
       ไม่เพียงการเปิดส่วน Views กูเกิลยังเริ่มส่งอีเมลเชิญผู้ใช้บางส่วนเพื่อทดลองใช้งานแว่นอัจฉริยะกูเกิลกลาส จุดนี้โฆษกกูเกิลอย่าง “คริส เดล (Chris Dale)” ให้ข้อมูลว่าการส่งอีเมลเชิญนี้เป็นการส่งถึงผู้ใช้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น
       
       เบื้องต้นหนึ่งในผู้ทดลองใช้แว่นของกูเกิลในโครงการ Glass Explorer นามว่า “ไรอัน มอตต์ (Ryan Mott)” โพสต์ภาพอีเมลจากทีม Glass Support ไว้บนหน้า Google+ จนทำให้สื่อต่างประเทศทราบว่าอีเมลเชิญนี้ถูกส่งตั้งแต่วันอังคารที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา
       
       ในอีเมลระบุชัดเจนว่า ขอเชิญผู้ใช้ร่วมสำรวจการทำงานของแว่นกูเกิลกลาส โดยกำหนดว่าผู้ทดสอบจะต้องเป็นพลเมืองอเมริกัน มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และสามารถเดินทางมารับแว่นได้ที่ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก และลอสแองเจลิส 
       
       การส่งจดหมายเชิญให้ลิ้มลองผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใหม่นั้นเป็นวิธีที่กูเกิลใช้มานาน โดยเมื่อย้อนไปในปี 2004 ผู้ใช้จะมีสิทธิ์ใช้งานฟรีอีเมลของกูเกิลอย่าง “จีเมล (Gmail)” เมื่อได้รับเชิญจากเพื่อนเป็นลูกโซ่เท่านั้น โดยระบบเชิญบนจีเมลยุติลงในปี 2007 ก่อนจะเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนลงทะเบียนได้อย่างเสรี
       
       สำหรับกรณีของกูเกิลกลาส แว่นไฮเทคนี้ถูกจัดส่งให้นักพัฒนาและผู้บริโภคบางกลุ่มในเดือนเมษายน 2013 โดยผู้ใช้จะสามารถมองเห็นภาพเสมือนจริง หรือ augmented-reality โดยที่ไม่ต้องยกมือขึ้นมาถือจับอุปกรณ์ให้วุ่นวาย ตัวแว่นสามารถรองรับคำสั่งเสียงและสามารถถ่ายภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องยกมือขึ้นมากดปุ่มชัตเตอร์ใดๆ



วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว IT เอชพี เปิดเกมรุกซอฟต์แวร์ไทย

 เอชพี เปิดเกมรุกซอฟต์แวร์ไทย

 เอชพี รุกตลาดซอฟต์แวร์ไทยเต็มสูบ  หลังเห็นโอกาสเติบโตสูง เชื่อเศรษฐกิจชะลอไม่กระทบการลงทุน  วางเป็นกลุ่มประเทศยุทธศาสตร์ในภูมิภาค  ล่าสุดส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ "แอพพลิเคชั่น ทรานส์ฟอร์เมชั่น" ตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรรับกระแส "โมบาย- คลาวด์-บิ๊กดาต้า"
    นายคามาล ดุททา รองประธาน  ฝ่ายธุรกิจการจัดการด้านไอทีหน่วยธุรกิจ เอชพีซอฟต์แวร์  บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ดฯ หรือ เอชพี ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่น   เปิดเผยว่าเอชพีมองการลงทุนซอฟต์แวร์ในไทยมีแนวโน้มการเติบโตสูง    โดยกลุ่มที่มีการลงทุนซอฟต์แวร์ คือ ภาคการเงิน โทรคมนาคม   รวมไปถึงภาครัฐ ที่เริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาด  นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทมีแผนร่วมมือกับคู่ค้าในการขยายตลาดกลุ่มองค์กรขนาดกลาง ทั้งกลุ่มโรงงาน หรือ ค้าปลีก อีกด้วย โดยมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง 
    ทั้งนี้มองว่าแม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว  แต่ไม่ส่งผลกระทบการลงทุนไอทีของภาคธุรกิจ   โดยกลุ่มองค์กรยังมีความจำเป็นต้องลงทุน  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ และความสามารถการแข่งขัน   อย่างไรก็ตามจะเลือกลงทุนในโซลูชันที่มีความจำเป็นต่อธุรกิจ   ซึ่งเอชพี มองไทยเป็น 1 ใน 3 ตลาดยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน    โดยจะมีการขยายการลงทุน , การลงทุนพัฒนาคู่ค้ารายเดิม  และขยายคู่ค้า หรือพาร์ตเนอร์รายใหม่  รวมถึงการจัดโปรแกรมทางการตลาด  เพื่อผลักดันให้ตลาดไทยมีการเติบโตต่อเนื่อง
    นอกจากนี้ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่รองรับกับระบบไอทีขององค์กรที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น   ทั้งอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น  ระบบเครื่องแม่ข่าย  หรือ เซิร์ฟเวอร์  ที่เป็นระบบเครื่องแม่ข่ายเสมือนจริง  หรือ เวอร์ชวลไลเซชัน  รวมถึงการพัฒนาไปสู่คลาวด์มากขึ้น   และข้อมูลปริมาณเพิ่มขึ้น หรือ บิ๊กดาต้า  ซึ่งเกิดจากการใช้งานโซเชียลมีเดีย   โดยความสลับซ้อนเหล่านี้ทำให้องค์กรมีความต้องการเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการ
    โดยเอชพีได้นำเสนอ "แอพพลิเคชั่น ทรานส์ฟอร์เมชั่น"  สู่ตลาด เพื่อสนับสนุนองค์กรต่างๆ สร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม เพื่อโน้มน้าวใจ เสริมสร้างสัมพันธภาพ และรักษาลูกค้า บุคคลทั่วไป และพนักงานขององค์กรจากอุปกรณ์สื่อสารทุกประเภทได้ทุกที่ทุกเวลา 
    ทั้งนี้ประกอบด้วย ซอฟต์แวร์ เอชพี เอนี่ แวร์ 10.01 ที่ช่วยลูกค้าเปลี่ยนแปลงระบบงานหรือ แอพพลิเคชันที่ใช้งานอยู่สู่โมบายแอพพลิเคชัน   สามารถรวบรวมแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้งานสำหรับองค์กรไว้ในจอเดียวกัน   และมีความปลอดภัยสูง     ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้งานสำหรับองค์กร   ทั้งยังสนับสนุนการนำอุปกรณ์ หรือ ดีไวซ์ ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (BYOD) อีกด้วย 
    พร้อมกันนั้นเอชพียังเปิดตัวแอพพลิเคชัน HP Anywhere Developer Zone ใหม่ ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ ได้แก่ ชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ของเอชพี (HP software developer kits หรือ SDKs) การสาธิตต่างๆ และคู่มือการสร้างแอพพลิเคชัน เพื่อแลกเปลี่ยนและนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ออกแบบและสร้างสรรค์แอพพลิเคชันโมบายระดับองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
    ส่วนทางด้านคลาวด์ นั้นได้นำเสนอบริการคลาวด์ เซอร์วิส ออโตเมชัน  ที่เข้ามาช่วยจัดการกระบวนการทำงานขององค์กรให้ไหลลื่นมากขึ้น     ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน   ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน  ลดเวลา  และลดคนลงไป   นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว เอชพี  เซิร์ฟเวอร์ ออโตเมชัน ที่สามารถบริหารจัดการได้ 3,000 เซิร์ฟเวอร์  สามารถติดตั้งใช้งานได้ภายใน 1 ชั่วโมง  ติดตั้งระบบฐานข้อมูลที่เป็นโอเพนซอร์ซมาในตัว  และมีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการที่ง่ายต่อการใช้งาน   โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณลงทุน  และลดเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์
    สุดท้าย คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมาก หรือ บิ๊กดาต้า  โดยเอชพีมีซอฟต์แวร์โอเพนวิว ที่เข้ามาช่วยติดตามตรวจ หรือ ตราการ ข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์   ซึ่งหากพบปัญหา หรือเจอเหตุการณ์ผิดปกติ ก็จะดำเนินการจัดการโดยทันที    นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้อีกด้วย     
        นายคามาล ดุททา  กล่าวต่ออีกว่าด้วยกลยุทธ์ทางด้านพาร์ตเนอร์   และ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการธุรกิจ  จะช่วยผลักดันให้เอชพีมีฐานลูกค้าองค์กร ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น  โดยขณะนี้มีฐานลูกค้าซอฟต์แวร์ในไทยมากกว่า 100 ราย

อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,865 วันที่  28  - 31   กรกฎาคม  พ.ศ. 2556

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว IT "โลคอลแบรนด์" กับตลาดสมาร์ทโฟนไทย

"โลคอลแบรนด์" กับตลาดสมาร์ทโฟนไทย





ตลาดสมาร์ทโฟนของบ้านเราเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเหลือเชื่อ ทิตพล จันทรอุไร ผู้จัดการฝ่ายอำนวยการผลิตภัณฑ์ของสามารถ ไอโมบาย ประเมินเอาไว้คร่าวๆ ว่าเมื่อปีที่แล้วสัดส่วนของโทรศัพท์มือถือทั่วไป หรือที่เรียกว่า ฟีเจอร์โฟน ยังคงมีอยู่มากถึง 80-85 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณมือถือทั้งหมดทั่วประเทศ

ผ่านไปเพียงปีเดียวสัดส่วนที่ว่า หดลงเหลือเพียง 40-45 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

ประมาณกันว่าสมาร์ทโฟนเมืองไทยเพิ่มขึ้นปีละราวๆ 7 ล้านเครื่องเลยทีเดียว

แน่นอน ตลาดส่วนหนึ่งเป็นของ "อินเตอร์แบรนด์" อย่าง ซัมซุง ไอโฟน ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนไปทั่วโลก ช่วยกระพือกระแสการใช้สมาร์ทโฟนให้แพร่หลายออกไปในวงกว้าง ด้วยขีดความสามารถในการใช้แอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดีย อย่าง วอทส์แอพ, ไลน์, เฟซบุ๊ก เรื่อยไปจนถึง อินสตาแกรม 

อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนระดับอินเตอร์เหล่านี้ทิ้งช่องว่างเบ้อเริ่มเอาไว้ นั่นคือบรรดาผู้ใช้ที่รู้จักและต้องการใช้คุณสมบัติเหล่านี้ แต่ไม่อยากหรือไม่สามารถจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเป็นเจ้าของได้นั่นคือช่องทางที่ทำให้เกิด

สมาร์ทโฟน "โลคอลแบรนด์" ที่อาศัยปัจจัยด้านราคาเข้ามาถมช่องว่างที่ว่านี้ 
ทิตพลบอกว่า "โลคอลแบรนด์" เองมีระดับอยู่เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ที่ผลิตออกมาขายในราคาที่พอทำกำไร ไม่มีบริการรองรับ ไม่มีการควบคุมคุณภาพ ทำให้ราคาต่ำมากๆ กับที่จริงจังกับการทำตลาด และสร้างเครื่องหมาย การค้าของตนเองเหมือนอย่างที่ไอโมบายทำมาโดยตลอดจนสามารถครองส่วนแบ่งของตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา (สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) ของเมืองไทยได้ระหว่าง 25-27 เปอร์เซ็นต์อย่างเช่นทุกวันนี้ 

จุดเด่นอย่างมากของสมาร์ทโฟนรวมทั้งแท็บเล็ต (ขนาด 7-10 นิ้ว) ที่เป็นโลคอลแบรนด์ก็คือราคาที่สามารถตัดทอนส่วนที่เป็นต้นทุนบางอย่างออกไป อาทิ ในการทำการตลาดระดับโลกออกไป ส่งผลให้ราคาอยู่ในระดับต่ำเกือบครึ่งของเครื่องที่สเปกเดียวกัน แต่เป็นอินเตอร์แบรนด์ 

"หลักๆ ของสมาร์ทโฟน อยู่ที่ซีพียู ระบบปฏิบัติการ, หน้าจอ, กล้อง แล้วก็แบตเตอรี่ เวลาเลือกเขาเลือกกันตรงนี้ สมาร์ทโฟนของไอโมบาย สามารถทำสเปกในระดับเดียวกันออกมาได้ ซีพียูเสถียรพอๆ กัน ระบบปฏิบัติการตัวเดียวกัน กล้องเท่ากัน หน้าจอก็มีค่าความละเอียดในระดับเดียวกันใกล้เคียงกัน แบตเตอรี่ ทั่วโลกก็มีผลิตกันอยู่แค่ 2-3 ที่เท่านั้นเอง ออกมาพอๆ กันหมด แต่ราคาถูกกว่านี่คือความได้เปรียบของเรา" ทิตพลระบุ

ประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจและทำให้ได้ก็คือทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นว่าของราคาถูกๆ ไม่ใช่ว่าจะด้อยคุณภาพเสมอไป 

"นั่นทำให้เราต้องควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ของเราตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งก่อนหน้าและหลังจากที่ผลิตภัณฑ์พร้อมที่จะออกสู่ตลาด" 

กระบวนการของไอโมบายเริ่มตั้งแต่การกำหนดความต้องการว่าจะให้ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวออกมาอย่างไร แพลตฟอร์ม เป็นอย่างไร หน้าจอขนาดเท่าใด เป็นต้น จากนั้นก็ส่งข้อกำหนดตามความต้องการดังกล่าวให้กับ เอ็มดีเค บริษัทไต้หวัน ที่เป็นพาร์ตเนอร์ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ผลิตแล้วยังทำวิจัยเพื่อการพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ในหลายๆ ด้านอยู่ด้วย จนกระทั่งได้เครื่องต้นแบบมาให้เพื่อลงระบบปฏิบัติการ กำหนดรูปร่างหน้าตาของเมนู หรือที่เรียกว่ายูสเซอร์อินเทอร์เฟซ (ยูไอ) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด แล้วทดสอบการใช้งานจนเป็นที่พอใจ จากนั้นถึงสั่งผลิต 

"หลังผลิตมาแล้วเรายังต้องทำคิวซี สุ่มตรวจเพื่อควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ อย่างมาหมื่นนึงเราอาจสุ่มออกมา 400 ตัว ตรวจละเอียดยิบตั้งแต่ข้างกล่องไปจนถึงอุปกรณ์และการทำงานของเครื่อง" นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมสัดส่วนของสินค้าที่บกพร่องของไอโมบายถึงได้จำกัดอยู่ที่แค่ 3 เปอร์เซ็นต์เศษๆ ในขณะที่ยี่ห้อทั่วไปบางรายพุ่งพรวดไปเป็น 20-30 เปอร์เซ็นต์

ไม่จบเท่านั้น คุณทิตพลยังบอกว่า ไอโมบายยังจริงจังกับบริการหลังการขาย "เราอยู่ที่นี่ เราเป็นบริษัทที่นี่ครับ" คือเหตุผล 

"เราไม่ได้แข่งไม่ได้แย่งเป็นแชมป์กับใคร เรารู้แค่ว่า เราขายสมาร์ทโฟนได้เดือนละแสนห้า ฟีเจอร์โฟนอีกพอๆ กัน เท่านั้น" 

แถมยังทำตลาดเข้าไปในกัมพูชาและพม่า กับเป็นเบอร์หนึ่งในลาวเพื่อนบ้านของไทยเราได้อีกต่างหาก

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว IT "พันธุ์ทิพย์" ทุ่มโปรโมชั่น จัดถี่ยิบกระตุ้นมู้ดจับจ่าย

"พันธุ์ทิพย์" ทุ่มโปรโมชั่น จัดถี่ยิบกระตุ้นมู้ดจับจ่าย

ผู้ค้าไอทีบ่นอุบไปตาม ๆ กัน เรื่องกำลังซื้อที่โดนโครงการรถคันแรกแย่งไปไม่น้อย ประกอบกับความร้อนแรงของความนิยมในสินค้าประเภทสมาร์ทดีไวซ์ ทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กซบเซาไปตาม ๆ กัน แหล่งรวมสารพัดสินค้าของคอไอทีอย่าง "พันธุ์ทิพย์" ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
"ยงยุทธ ไชยชนะ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์พัฒนอาเขต จำกัด เจ้าของศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ยอมรับว่า จำนวนคนมาเดินในสาขาประตูน้ำน้อยลงจากเดิมมาก จากยอดเฉลี่ย 3 หมื่นคนต่อวันขึ้นไป เหลือที่ 2-2.5 หมื่นคนเท่านั้น

เมื่อคนมาเดินน้อยลง บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ก็น่าจะขายได้น้อยลงอย่างไม่ต้องสงสัย

"ในแง่ความต้องการยังมี แต่กำลังซื้อตกลง ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจ และความนิยมในสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์ทั้งเดสก์ทอปและโน้ตบุ๊กลดลง ครึ่งปีหลังปีนี้เราจึงต้องปรับแผนการตลาด โดยเน้นการจัดอีเวนต์ลดราคา เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค"

เริ่มที่ "Pantip Midyear Sale" ระหว่าง 27 ก.ค.-4 ส.ค. เน้นลดราคาสินค้าไอทีหลากหลายแบรนด์มากถึง 70% เช่น ซัมซุง กาแล็คซี่โน้ต 8, เอเซอร์, อาซุส, เดลล์ เป็นต้น หลายยี่ห้อนำสินค้ามาลดล้างสต๊อกโดยเฉพาะ ซึ่งร้านค้าต่าง ๆ ภายในห้างก็จะร่วมกันลดราคาสินค้าด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมงานกว่า 3-3.5 หมื่นคน/วัน มีเงินสะพัดมากกว่าพันล้านบาท

"ปกติเราจัดงานลด ราคาใหญ่แบบนี้ 3 ครั้งต่อปี แต่ปีนี้จะมีงานย่อย ๆ ทุกเดือนเพิ่มขึ้น เน้นลดราคา เพื่อดึงเงินจากกระเป๋าผู้บริโภค ช่วยให้ห้างกลับมามีคนเดินเหมือนก่อน แม้จะมีร้านค้าปลีกคอมพิวเตอร์กระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ก็ตาม แต่พันธุ์ทิพย์มีเสน่ห์ของมันเองดึงดูดคนมาเดินได้อยู่แล้ว แม้แต่ละแห่งจะเดินทางมาไม่ได้สะดวกนัก ดังนั้น ถ้าเราจัดอีเวนต์ถี่ ๆ ก็ไม่ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม"

พันธุ์ทิพย์พลาซ่ามี 4 สาขา คือประตูน้ำ, งามวงศ์วาน, บางกะปิ และเชียงใหม่

สองสาขาแรก มีคนเข้ามาต่อวันตามค่าเฉลี่ย แต่ที่เหลือมีแค่หมื่นคน/วันเท่านั้น เพราะพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ทุกสาขาได้ทยอยปรับพื้นที่ให้มีโซนสมาร์ทดีไวซ์มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า คาดว่าปีนี้จะมีรายได้พันล้านบาท ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา จากการบริหารพื้นที่เช่า

"ยงยุทธ" กล่าวต่อว่า กำลังซื้อสินค้าไอทีในประเทศไทยลดลง แต่พันธุ์ทิพย์ได้อานิสงส์จากการที่ชาวตะวันออกกลางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวน มาก และเข้ามาซื้อสินค้าที่ได้รับความนิยม เป็นโทรทัศน์จอแบน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็น 30% ของผู้เดินห้างในแต่ละวัน ต่อไปเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจกิจอาเซียน จะมีลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีกมากเพื่อรองรับจำนวนคนที่มากขึ้น ได้ลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ปรับปรุงสาขาประตูน้ำใหม่ทั้งหมด โดยจะทยอยทำในปลายปีนี้ และเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในรูปแบบใหม่ปี 2558 จะมีลักษณะเป็น "ไลฟ์สไตล์" มากขึ้น เพิ่มพื้นที่แฟชั่น และร้านอาหาร ส่วนที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์จะหมดไป เพราะผู้เช่าเดิมหมดสัญญา

"ไม่กังวลว่าถ้าร้านที่ขายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หายไปจะไม่มีคนเดิน ลูกค้า ไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อของเถื่อนอีกแล้ว แต่มาซื้อสินค้าไอที การปรับโฉมไม่ได้ปิดห้าง แต่ทำงานช่วงกลางคืน ค่าเช่าปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 6-7% เทียบกับที่อื่นถือว่าต่ำมากต่ำสุด 250 บาท/ตร.ม. สูงสุด 2,600 บาท/ตร.ม."

ข่าว IT Google จุดพลุ “Chromecast” ดองเกิลเสียบทีวีราคาประหยัด

Google จุดพลุ “Chromecast” ดองเกิลเสียบทีวีราคาประหยัด







     กูเกิล (Google) เปิดตัวคู่แข่งราคาประหยัดชนแอปเปิลทีวี (Apple TV) มาในรูปดองเกิล หรืออุปกรณ์รับส่งสัญญาณไร้สายที่สามารถเสียบติดกับช่องต่อ HDMI ของทีวีได้พอดี จุดพลุชื่อ “โครมคาสต์ (Chromecast)” พร้อมชูจุดขายที่ผู้ใช้จะสามารถสตรีมไฟล์มัลติมีเดียจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ไปเล่นบนทีวีได้อย่างสะดวกและไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ
       
    นอกจากจะระบุว่า ดองเกิล Chromecast นี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วในสหรัฐอเมริกาด้วยราคา 35 เหรียญสหรัฐเท่านั้น (ราว 1,050 บาท) กูเกิลยังเปิดตัวแท็บเล็ต “เน็กซัส เซเวน (Nexus 7)” รุ่นอัปเกรดใหม่ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์แรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชันใหม่ล่าสุด Android 4.3
       
   ***กูเกิลบุกตลาดทีวี (อีกรอบ)
       
    การเปิดตัว Chromecast ถูกมองว่าเป็นความพยายามอีกครั้งของกูเกิลในการแทรกตัวสู่อุตสาหกรรมทีวี หลังจากแผนการเปิดตัว “กูเกิลทีวี” ไม่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2010 เนื่องจากปัญหาฮาร์ดแวร์แพงเกินไป และถูกปิดกั้นจากเครือข่ายทีวี
       
    กูเกิลนั้นปรับตัวเรื่อยมา ทั้งการเป็นพันธมิตรกับยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ (Sony) ในการเปิดตัวอุปกรณ์เซตท็อปบ็อกซ์ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร กระทั่งการเปิดตัวอุปกรณ์เล่นไฟล์มัลติมีเดียอย่าง “เน็กซัสคิว (Nexus Q)” เมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กูเกิลตัดสินใจหยุดจำหน่าย Nexus Q แต่ยังคงแสดงท่าทีให้ความสำคัญต่อการบุกตลาดห้องนั่งเล่นเช่นเดิม ท่ามกลางสายตานักวิเคราะห์ที่เชื่อว่ากูเกิลจะสามารถทำเงินจากธุรกิจโฆษณาได้มหาศาลจากอุตสาหกรรมทีวี
       
    สำหรับการเปิดตัว Chromecast ถือเป็นการคิดใหม่ทำใหม่ของกูเกิล โดยเน้นความง่ายให้เจ้าของทีวีสามารถดึงไฟล์ดิจิตอลมาเล่นบนหน้าจอยักษ์ได้อย่างสะดวกสบาย โดยกลุ่มตลาดที่สำคัญของ Chromecast คือกลุ่มที่ต้องการนำคลิปวิดีโอจากบริการออนไลน์อย่าง YouTube และ Netflix มาเล่นบนทีวีจอยักษ์ชนิดไม่ต้องเสียเงินค่าอุปกรณ์แสนแพง
       
    ดองเกิล Chromecast ของกูเกิลสามารถเสียบเข้ากับพอร์ต HDMI บนทีวีได้พอดี สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ทีวีเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายในบ้าน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Chromecast แตกต่างจากอุปกรณ์สตรีมมิ่งบ็อกซ์อื่นๆ รวมถึง Apple TV คือ Chromecast จะสตรีมมิ่งไฟล์จากบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง (cloud) หรือบริการฝากไฟล์ออนไลน์ ไม่ใช่การเล่นไฟล์ที่เก็บในพื้นที่หน่วยความจำในอุปกรณ์โดยตรง
       
    ทั้งหมดนี้ กูเกิลระบุว่าการสตรีมไฟล์จากบริการคลาวด์นั้นมีข้อดีที่ความเสถียร ขณะเดียวกันก็ไม่มีผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ ที่สำคัญ Chromecast สามารถสตรีมมิ่งไฟล์จากอุปกรณ์หลายระบบปฏิบัติการ คาดว่าเป็นการบอกใบ้ว่า Chromecast สามารถรองรับ Android และ iOS ได้
       
    แคโรลินา มิลาเนสิ (Carolina Milanesi) นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์มองว่า การเปิดตัว Chromecast นั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากที่กูเกิลเคยยืนอยู่กับ Nexus Q โดย Chromecast สะท้อนว่ากูเกิลกำลังให้ความสำคัญต่อการดึงผู้บริโภคเข้ามาสู่ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของกูเกิล โดยเฉพาะบริการวิดีโอออนไลน์อย่าง “ยูทิวบ์ (YouTube)” ซึ่งจะทำให้กูเกิลมีโอกาสเพิ่มเม็ดเงินค่าโฆษณาในระบบของตัวเองได้มากขึ้นอีก
       
    ***Nexus ใหม่พร้อมขายไตรมาสนี้
       
    พร้อมกับการเปิดตัว Chromecast กูเกิลนำแท็บเล็ต Nexus 7 รุ่นอัปเกรดใหม่มาโชว์ตัวโดยระบุว่าจะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้ สะท้อนว่า Nexus 7 จะสามารถเปิดตลาดได้ในไตรมาสนี้แน่นอน
       
    Nexus 7 รุ่นใหม่จะเป็นอุปกรณ์แรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาล่าสุดในตระกูล Jelly Bean ที่กูเกิลเพิ่งเปิดตัวไปในเวอร์ชัน 4.2 ความสามารถใหม่ที่เพิ่มขึ้นในเวอร์ชัน 4.3 คือการตั้งค่าเงื่อนไขตามประวัติผู้ใช้ ซึ่งจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถปิดการทำงานบางอย่างบนอุปกรณ์ และเปิดให้ลูกหลานใช้งานอุปกรณ์ได้เฉพาะฟังก์ชันที่ต้องการ
       
    Nexus 7 รุ่นใหม่จะถูกวางจำหน่ายในราคาแพงกว่ารุ่นดั้งเดิม 30 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 900 บาท สนนราคาในสหรัฐฯ คือ 229 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,900 บาท) โดยผู้ผลิตยังคงเป็น “เอซุส (Asus)” จากไต้หวัน ตัวเครื่องถูกปรับให้บางและเบาลงมากกว่า 50 กรัมเมื่อเทียบกับ Nexus 7 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2012 แถมยังมีหน้าจอความละเอียดมากกว่าที่ 323 พิกเซลต่อนิ้ว
       
    ความละเอียดหน้าจอ 323 พิกเซลต่อนิ้วหรือ ppi ทำให้ Nexus 7 มีความละเอียดมากกว่า iPad Mini ที่มี 163ppi และแท็บเล็ต 7 นิ้วอย่าง Kindle Fire HD ที่มี 216ppi ขณะเดียวกัน ราคา 229 เหรียญสหรัฐก็ถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเป็นราคาที่เท่ากับแท็บเล็ตจากอเมซอน (Amazon) อย่าง Kindle Fire ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับ iPad Mini ซึ่งวางจำหน่าย 329 เหรียญสหรัฐ

  อ้างอิง : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000091465

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว IT Google Maps พร้อมใช้บน iPad

Google Maps พร้อมใช้บน iPad



       หลังจากเปิดให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ (Android) อัปเดตเวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้ใช้อุปกรณ์ไอโอเอส (iOS) ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 6 ขึ้นไป ทั้ง iPhone, iPod Touch และ iPad สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้แล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่ชาว iPad จะสามารถใช้งาน Google Maps ได้อย่างเต็มตา
       เช่นเดียวกับเวอร์ชันใหม่บนแอนดรอยด์ Google Maps ถูกออกแบบใหม่ให้สามารถใช้งานสะอาดตากว่าเดิม จากข้อมูลแผนที่ในกรุงเทพมหานคร พบว่าข้อมูลรายละเอียดสถานที่ใกล้เคียงถูกเพิ่มขึ้นชนิดละเอียดยิบ สะท้อนว่ากูเกิลต้องการให้ความสำคัญต่อสถานที่รอบข้างจุดที่ผู้ใช้ต้องการค้นหามากเป็นพิเศษ
       จากการทดสอบค้นหาร้านอาหารบริเวณถนนพระอาทิตย์ ชนะสงคราม กรุงเทพฯ ไม่เพียง Google Maps จะสามารถแสดงตำแหน่งร้านอาหารที่ต้องการด้วยไอคอนสีแดง ยังมีการแสดง Info Sheets บัตรข้อมูลสำหรับบริการ Google Now ที่กูเกิลนำมาเสริมให้แก่ Google Maps เพียงแตะนิ้วเพื่อเลื่อนดึงชื่อร้านอาหารที่ต้องการขึ้นมาจากแถบล่างสุดของหน้าจอ ก็จะพบข้อมูลการเดินทาง คำอธิบายร้าน และเวลาเปิดร้านที่ถูกต้อง รวมถึงภาพวิวถนนหน้าร้าน ตัวอย่างอาหารในร้าน รวมถึงไฮไลต์รีวิวร้านจากผู้ใช้เครือข่ายสังคม Google+ และ Zagat บน Info Sheet
       หากไม่มีร้านหรือสถานที่ที่ตั้งใจเจาะจงเดินทางไป กูเกิลอาสาสร้างรายชื่อสถานที่ใกล้เคียงที่ผู้ใช้สามารถเปิดดูเพื่อหาตัวเลือกใหม่ตามประเภทร้านที่ต้องการ คุณสมบัตินี้ชื่อ Explore หากแตะที่ช่องค้นหาแต่ไม่มีการพิมพ์ใดๆ บน iPhone ระบบจะแสดงภาพไอคอนจิ๋วรูปช้อนส้อมเพื่อแสดงร้านอาหารใกล้เคียง, รูปถ้วยกาแฟเพื่อแสดงร้านกาแฟ และรูปถ้วยไวน์เพื่อแสดงผับบาร์ และรูปจุด 3 จุดเพื่อแสดงข้อมูลประเภทสถานที่อื่นๆ ซึ่งประเภทสถานที่อื่นนี้จะรวมสถานที่น่าสนใจและความบันเทิงซึ่งถูกรีวิวไว้ด้วยชาว Zagat และ Google+ เช่นเดิม
       ขณะที่ Explore บน iPad จะแสดงในรูปเมนูภาพตารางเต็มจอ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกเปิดชมสถานที่ตามประเภทที่ต้องการ
       สิ่งสำคัญที่ทำให้ Google Maps เวอร์ชันนี้ได้รับความสนใจมากคือการรองรับแท็บเล็ต iPad เต็มตัว แก้ปัญหาภาพและข้อความเบลอเพราะผู้ใช้จำเป็นต้องนำแอปพลิเคชันสำหรับ iPhone มาใช้งานแก้ขัดบน iPad จนภาพถูกขยายมากเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ใช้ iPad จะสามารถใช้ Google Maps บนหน้าตาโปรแกรมหรือ UI ที่เหมาะสมกับอุปกรณ์หน้าจอใหญ่เช่นเดียวกับบนแท็บเล็ตแอนดรอยด์
       ผู้ใช้ iPad จะได้เห็น Info Sheet ที่ละเอียดและเต็มตาบนแผนที่ แทนที่จะต้องออกจากแอปพลิเคชันไปค้นหาเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้ทำให้ Google Maps ได้รับคำชมว่าสามารถใช้งานได้ดีบน iPad
       อีกคำชมที่ Google Maps ได้รับจากการทดลองใช้งานในต่างประเทศ คือคำแนะนำสำหรับเส้นทางการเดินทางด้วยจักรยาน สำหรับในกรุงเทพฯ ต้องชื่นชมว่ากูเกิลสามารถใส่รายละเอียดเส้นทางเดินเรือ และรายละเอียดในตรอกซอยได้ละเอียดขึ้นมากเมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า
 สำหรับ Google Maps บนเบราว์เซอร์เพื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปนั้นจะเริ่มมีการติด Info Sheet ลักษณะเดียวกับ Google Maps บนอุปกรณ์พกพาในเร็วๆ นี้ โดยกูเกิลให้คำมั่นไว้บนเวทีงาน Google I/O เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

  อ้างอิง : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000088176



















วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวIT ไอบีเอ็มครองแชมป์ตลาดเซิร์ฟเวอร์

ไอบีเอ็มครองแชมป์ตลาดเซิร์ฟเวอร์

 "ไอบีเอ็ม" เผยไตรมาสแรกครองแชมป์ผู้นำตลาดเซิร์ฟเวอร์ ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 41.6% เผยยังรั้งตำแหน่งผู้นำ 11 ไตรมาสติดต่อกันในตลาดเอ็กซ์เทอร์นอลดิสก์สตอเรจ ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 27.7%

  นายโจ ชาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด  เปิดเผยว่า จากผลวิจัยของ ไอดีซี ปรากฏว่า ไอบีเอ็มสามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 41.6% ทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 15.5 % ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556

 เหตุผลที่ ไอบีเอ็ม มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 เนื่องจากได้ใช้แนวคิด Smarter Computing ของไอบีเอ็มเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ ไอบีเอ็ม มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1 ในตลาดเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจโดยรวมในไทย การตอบรับแนวคิด Smarter Computing สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจในไทยมีความพร้อมยิ่งขึ้นที่จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ จากข้อมูลที่มีอยู่อย่างมหาศาลหรือบิ๊กดาต้า โซเชียลมีเดีย อุปกรณ์โมบาย ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก รวมการใช้ประโยชน์จากกระแสข้อมูลที่สำคัญ ไอบีเอ็มอยู่เคียงข้างลูกค้าในการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการในอนาคต (ready now for what's next) ด้วยการนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่พร้อมรองรับระบบคลาวด์ บิ๊กดาต้า และความปลอดภัย โดยทั้งหมดนี้คือจุดแข็งของไอบีเอ็ม  

นายโจ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ไอบีเอ็ม ได้ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการเข้าไปจับกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ระดับไฮเอนด์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ (เซิร์ฟเวอร์ราคาตั้งแต่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯขึ้นไป) ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 66.3% (สูงกว่าอันดับ 2  47.4 %) เซิร์ฟเวอร์ RISC และ EPIC ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 70.7% (สูงกว่าอันดับ2 52.2 %) ยูนิกซ์เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ใช่ x86 ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 77.8% (สูงกว่าอันดับ2 63.6 %) ดิสก์สตอเรจภายนอกระดับกลาง ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 41.6% (สูงกว่าอันดับ2 22.8%)

  อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่  18  - 20   กรกฎาคม  พ.ศ. 2556

วิธีการติดตั้งโปรแกรม 7 zip

 โปรแกรม 7-ZIP เป็น โปรแกรมบีบอัดไฟล์ คุณภาพสูง ที่ บีบอัดหรือเปิดไฟล์รูปแบบต่างๆ ได้ 

มากมาย เรามาดูวิธีการติดตั้งกันน่ะค่ะ

วิธีการติดตั้งโปรแกรม 7 Zip


1. เราสามารถเลือกดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่เว็บไซต์ http://foss.pwa.co.th              คลิกดาวน์โหลด  7 Zip

2. หลังจากนั้นเราก็จะได้รูปตามนี้ คลิกเลือก Run




3. ทําการเลือกตําแหน่งที่ติดตั้งไฟล์โปรแกรม กดที่ปุ่ม Install เพื่อทําการติดตั้ง     ต่อไป (ดังรูปภาพ)



4. รอการติดตั้ง




5. รอการติดตั้งจนเสร็จ หลังจากนั้นเราก็กดปุ่ม Finish เพื่อจบขั้นตอนการติดตั้ง 




6. หลังจากนั้นเราก็จะได้โปรแกรม 7 Zip มา







วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

VMware คือ

โปรแกรม VMware คือ ?

   โปรแกรม VMware เป็นโปรแกรมซึ่งใช้ในการสร้าง Virtual Machine (VM) 
หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน คือ เป็นการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีกเครื่อง(หรือหลายๆเครื่อง ถ้าแรมมากพอ)ภายในเครื่องของเราเอง ดังนั้นจึงทำให้เราสามารถทดลองใช้งาน OS หรือโปรแกรมอื่นๆที่เราสนใจโดยไม่ต้องทำ
การ format เครื่องหรือใช้ PC อีกเครื่องหนึ่งมาเพื่อทดสอบระบบที่เราสนใจและ VMที่กำลังมีการใช้งานอยู่บน VMwareสามารถที่จะนำมาใช้งานภายนอกได้จริงในทันที(โดยใช้การ Bridge(Default)หรือ NATออกมาที่ Hostที่ได้ทำการ Run VMware อยู่) ดังนั้นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของ VMware คือสามารถทำ
การจำลองการทำงานของระบบ Networkได้โดยใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว
   โดยในปัจจุบัน VMware ได้ทำการออกเวอร์ชั่นใหม่ให้สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาใช้งานได้ฟรีคือโปรแกรม VMware Server 

ความหมายประโยชน์และข้อดี ของ "Dropbox"


Drop box คือ

Drop box คือ บริการฝากไฟล์ รวมถึงซิ้งค์ไฟล์ แชร์ไฟล์ ที่สามารถจัดการได้อย่างสะดวกบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เหมือนจัดการไฟล์ในคอมของเราเองไม่ว่าเราจะเล่นคอมพิวเตอร์ที่ไหนหรือว่าเล่นที่เครื่องใคร ก็สามารถจัดการกับไฟล์งานของเราได้ ซึ่งต้องติดตั้งโปรแกรมของ Drop boxก่อนจากนั้นก็โยนไฟล์ลงไปในโฟลเดอร์นั้นมันก็จะถูกอัพโหลดไปเก็บไว้ใน Server ของ Drop box โดยทันที แค่เพียงมีการต่ออินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของ Drop box

    คือสามารถเก็บข้อมูลที่เราต้องการใช้งาน ไว้บนพื้นที่ออนไลน์ ทำให้เราสามารถเปิดไฟล์งานที่ต้องการได้จากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆที่รองรับ โดยต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทจึงทำให้เราสามารถสะดวกสบายในการทำงานนอกสถานที่ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปด้วยให้ยุ่งยาก

ข้อดีของ Drop box  

"ที่ช่วยทำให้สะดวกสบายมากขึ้นในโลกความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี"คือการเชื่อมโยงข้อมูล  Dropbox จะทำไฟล์ใน Folder Dropbox ให้ ‘เชื่อมโยงกันได้ (Synchronize) โดยมีพื้นที่ฟรีให้มากถึง 2GB และสามารถใช้กันกับระบบปฏิบัตการ Windows, Mac, Linux, มือถือ และ Web-based. ไม่ว่าไฟล์ๆ นั้น จะถูกแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อใด Dropbox จะรู้และ Update ให้กับเครื่องอื่นๆ อัตโนมัติทันทีแบ่งปันไฟล์ (File Sharing) แชร์ไฟล์งานในโฟลเดอร์ต่างๆ ให้กับคนอื่นๆ เพื่อให้ ‘ทำงานร่วมกันได้’ (Collaboration) นอกจากนี้ ยังสร้าง Public Link ให้ผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายสำรองข้อมูล (Online Backup) Dropbox ความสามารถอีกอย่างที่ทำให้เราหมดปัญหากับข้อมูลคือสามารถสำรองข้อมูลแบบออนไลน์ให้ทันที   ไม่ต้องกังวลใจว่าข้อมูลจะหายไปที่ไหนเข้าผ่านเว็บไซต์ (Web Access) เราสามารถ Login เข้าไปใช้บริการในเวบไซต์ได้ทุกทีที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต


ข่าวIT "เจมาร์ท"รุกหนักรับกระแส3G ดัมพ์มือถือ-แท็บเลตต่ำ5พัน

"เจมาร์ท"รุกหนักรับกระแส3G ดัมพ์มือถือ-แท็บเลตต่ำ5พัน

"เจ มาร์ท" บุกเต็มสูบปูพรมจัดอีเวนต์โกยยอดขายครึ่งปีหลังหวังโกยมาร์เก็ตแชร์ลูกค้า 20 ล้านคน พร้อมเปลี่ยนเครื่องใหม่รองรับระบบ 3G หลังค่ายมือถือกดปุ่มเปิดบริการทั่วประเทศ มั่นใจตลาดโทรศัพท์มือถือปีนี้โตทะลุ 25% เตรียมขนเฮาส์แบรนด์เจโฟนทั้งสมาร์ทโฟน-แท็บเลตทยอยลงตลาด 10 รุ่น ราคา 2,000-5,000 บาท

โดยปี 2556 ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยน่าจะมีอัตราการเติบโต 25% จากปีที่แล้ว คิดเป็นยอดขายเครื่องทั้งหมด 20 ล้านเครื่อง เป็นยอดขายสมาร์ทโฟน 12 ล้านเครื่อง มีมูลค่าตลาดโดยรวม 70,000 ล้านบาท


การเปิดบริการระบบ 3G ของโอเปอเรเตอร์ช่วยผลักดันให้ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยเติบโตอย่างชัดเจนในไตรมาส 3 เป็นต้นไป เนื่องจากเวลานี้เครือข่ายของโอเปอเรเตอร์บางรายยังไม่ครอบคลุมพื้นที่เพียงพอ ทั้งปัจจัยเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และวิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบด้านลบกับตลาดโทรศัพท์มือถือได้ เพราะทำให้จีดีพีของประเทศไทยเติบโตไม่สูงเท่าที่ควร

ล่าสุดเจ มาร์ทลงทุนกว่า 20 ล้านบาท จัดงาน "เจ มาร์ท โมบาย โชว์ 2013" ที่เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ระหว่าง 4-10 ก.ค. 2556 โดยจับมือพันธมิตรกว่า 30 บริษัท จัดโปรโมชั่น อาทิ แจก Samsung Galaxy S4 ฟรีทุกวัน, จัดช่วงเวลาลดราคา 50% เป็นต้น รวมถึงร่วมกับหัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่น ได้แก่ Ascend P6 เบาบางเพียง 6.18 มิลลิเมตร ซีพียูควอดคอร์ 1.5 GHz หน้าจอสัมผัส 4.7 นิ้ว ราคา 13,990 บาท และ Ascend Mate จอสัมผัส 6.1 นิ้ว กระจก Corning Gorilla Glass พร้อมกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ควอดคอร์ 1.5 GHZ ราคา 13,490 บาท คาดว่าจะมีเงินสะพัดในงานกว่า 65 ล้านบาท



วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว IT แรงงานไอทีไทยยุค 'เออีซี' ส่อเค้าวิกฤติ

แรงงานไอทีไทยยุค 'เออีซี' ส่อเค้าวิกฤติ

       เทคโนโลยีด้านการสื่อสารไอที ค่อยๆ คืบคลานเข้ามามีบทบาทในทุกด้านรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ การทำงาน การศึกษา ธุรกิจ ล้วนแต่มีส่วนประกอบของเทคโนโลยีแทบทั้งสิ้น การเติบโตในธุรกิจดังกล่าว เติบโตขึ้นในแต่ละปีราว 20% ที่เห็นได้ชัด คือ กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ส่งผลให้แรงงานกลุ่มไอทีเป็นที่ต้องการตามลำดับ และหลายฝ่ายก็มองว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีจะเป็นอีกสาขาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ในอนาคต
       โดยเฉพาะเมื่อวันนี้กระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีกำลังจ่อคอประเทศไทยอยู่ในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่วันนี้ไทยเตรียมรับมือกับการเปิดตลาดเสรีไปแล้วแค่ไหน ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจในด้านดังกล่าวมีทั้งที่เป็นของเชื้อสายไทย เชื้อสายต่างชาติ หรือลูกผสมที่มีการร่วมทุนกันเปิดธุรกิจในไทย
แรงงาน "ไอที"ไทยขาดทักษะ ภาษา
        ดังนั้นเมื่อในอนาคตธุรกิจเติบโต แรงงานที่มีศักยภาพก็เป็นที่ต้องการมากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เมื่อธุรกิจกำลังไปได้ดี การเปิดเออีซีก็คือเปิดตลาดเสรีเช่นเดียวกัน ดังนั้น ข้อมูลจากหลายฝ่ายๆ ของหน่วยงานในด้านดังกล่าว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บุคลากรไทยมีศักยภาพ มีทักษะในด้านการทำงานที่ดี แต่ขาดเรื่องภาษา



วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ปัญหา วิชา Computer and Information Tecnology

Power supply ติด แต่อย่างอื่นไม่ติด

สาเหตุที่ 1 ปลั๊ก Power Supply หลวม
วิธีแก้ ให้ลองขยับปลั๊ก Power Supply ทั้งทางด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์และที่เต้าเสียบให้แน่น

สาเหตุที่ 2 อาจเป็นที่ Power Supply เสีย
วิธีแก้ ให้ลองตรวจเช็เมื่อเปิดสวิทซ์นั้นพัดลมที่ติดอยู่กับ Power Supply หมุนหรือไม่ และเป็นไปได้ที่บางครั้ง Power Supply อาจจะเสียแต่พัดลมยังหมุนอยู่ เราอาจจะลองนำ Power Supply ตัวอื่นที่ไม่เสียมาลองเปลี่ยนดูก็ได้ 

สาเหตุที่ 3 เป็นที่เมนบอร์ดเสีย
วิธีแก้ ถ้า Power Supply ไม่เสียมีไฟเลี้ยงเข้าเมนบอร์ดตามปกติ ให้ลองเช็คโดยการถอดการ์ดต่าง ๆ และ RAM ออกหมด ถ้าเปิดเครื่องแล้วไม่มีเสียงร้องแสดงว่าเมนบอร์ดหรือ CPU เสีย แต่ถ้ามีเสียงร้องแสดงว่าอุปกรณ์บางตัวที่ถอดออกไปเสีย 

สาเหตุที่ 4 CPU หลวม
วิธีแก้ ส่วนใหญ่เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับซีพียูประเภทซ็อคเก็ตสล็อตวัน (Slot 1) และซ็อคเก็ตสล็อตทู (Slot 2) ให้เราปิดฝาเครื่องและลองขยับซีพียูที่ดูเหมือนแน่นอยู่แล้วให้แน่นขึ้นไป อีก

สาเหตุที่ 5 CPU เสีย
วิธีแก้ ลองหา CPU ตัวใหม่มาลองเปลี่ยนแทน ถ้าใช้ได้ละก็แสดงว่าตัวเก่าเสียแน่นอน

สาเหตุที่ 6 เป็นที่อุปกรณ์บางตัวเสียทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
วิธีแก้ ให้ลองใส่ตรวจเช็คทีละตัว