เอชพี เปิดเกมรุกซอฟต์แวร์ไทย
นายคามาล ดุททา รองประธาน ฝ่ายธุรกิจการจัดการด้านไอทีหน่วยธุรกิจ เอชพีซอฟต์แวร์ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ดฯ หรือ เอชพี ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่น เปิดเผยว่าเอชพีมองการลงทุนซอฟต์แวร์ในไทยมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยกลุ่มที่มีการลงทุนซอฟต์แวร์ คือ ภาคการเงิน โทรคมนาคม รวมไปถึงภาครัฐ ที่เริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาด นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทมีแผนร่วมมือกับคู่ค้าในการขยายตลาดกลุ่มองค์กรขนาดกลาง ทั้งกลุ่มโรงงาน หรือ ค้าปลีก อีกด้วย โดยมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
ทั้งนี้มองว่าแม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่ไม่ส่งผลกระทบการลงทุนไอทีของภาคธุรกิจ โดยกลุ่มองค์กรยังมีความจำเป็นต้องลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ และความสามารถการแข่งขัน อย่างไรก็ตามจะเลือกลงทุนในโซลูชันที่มีความจำเป็นต่อธุรกิจ ซึ่งเอชพี มองไทยเป็น 1 ใน 3 ตลาดยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน โดยจะมีการขยายการลงทุน , การลงทุนพัฒนาคู่ค้ารายเดิม และขยายคู่ค้า หรือพาร์ตเนอร์รายใหม่ รวมถึงการจัดโปรแกรมทางการตลาด เพื่อผลักดันให้ตลาดไทยมีการเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่รองรับกับระบบไอทีขององค์กรที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ทั้งอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ระบบเครื่องแม่ข่าย หรือ เซิร์ฟเวอร์ ที่เป็นระบบเครื่องแม่ข่ายเสมือนจริง หรือ เวอร์ชวลไลเซชัน รวมถึงการพัฒนาไปสู่คลาวด์มากขึ้น และข้อมูลปริมาณเพิ่มขึ้น หรือ บิ๊กดาต้า ซึ่งเกิดจากการใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยความสลับซ้อนเหล่านี้ทำให้องค์กรมีความต้องการเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการ
โดยเอชพีได้นำเสนอ "แอพพลิเคชั่น ทรานส์ฟอร์เมชั่น" สู่ตลาด เพื่อสนับสนุนองค์กรต่างๆ สร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม เพื่อโน้มน้าวใจ เสริมสร้างสัมพันธภาพ และรักษาลูกค้า บุคคลทั่วไป และพนักงานขององค์กรจากอุปกรณ์สื่อสารทุกประเภทได้ทุกที่ทุกเวลา
ทั้งนี้ประกอบด้วย ซอฟต์แวร์ เอชพี เอนี่ แวร์ 10.01 ที่ช่วยลูกค้าเปลี่ยนแปลงระบบงานหรือ แอพพลิเคชันที่ใช้งานอยู่สู่โมบายแอพพลิเคชัน สามารถรวบรวมแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้งานสำหรับองค์กรไว้ในจอเดียวกัน และมีความปลอดภัยสูง ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้งานสำหรับองค์กร ทั้งยังสนับสนุนการนำอุปกรณ์ หรือ ดีไวซ์ ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (BYOD) อีกด้วย
พร้อมกันนั้นเอชพียังเปิดตัวแอพพลิเคชัน HP Anywhere Developer Zone ใหม่ ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ ได้แก่ ชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ของเอชพี (HP software developer kits หรือ SDKs) การสาธิตต่างๆ และคู่มือการสร้างแอพพลิเคชัน เพื่อแลกเปลี่ยนและนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ออกแบบและสร้างสรรค์แอพพลิเคชันโมบายระดับองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนทางด้านคลาวด์ นั้นได้นำเสนอบริการคลาวด์ เซอร์วิส ออโตเมชัน ที่เข้ามาช่วยจัดการกระบวนการทำงานขององค์กรให้ไหลลื่นมากขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดเวลา และลดคนลงไป นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว เอชพี เซิร์ฟเวอร์ ออโตเมชัน ที่สามารถบริหารจัดการได้ 3,000 เซิร์ฟเวอร์ สามารถติดตั้งใช้งานได้ภายใน 1 ชั่วโมง ติดตั้งระบบฐานข้อมูลที่เป็นโอเพนซอร์ซมาในตัว และมีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณลงทุน และลดเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์
สุดท้าย คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมาก หรือ บิ๊กดาต้า โดยเอชพีมีซอฟต์แวร์โอเพนวิว ที่เข้ามาช่วยติดตามตรวจ หรือ ตราการ ข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์ ซึ่งหากพบปัญหา หรือเจอเหตุการณ์ผิดปกติ ก็จะดำเนินการจัดการโดยทันที นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้อีกด้วย
นายคามาล ดุททา กล่าวต่ออีกว่าด้วยกลยุทธ์ทางด้านพาร์ตเนอร์ และ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการธุรกิจ จะช่วยผลักดันให้เอชพีมีฐานลูกค้าองค์กร ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้มีฐานลูกค้าซอฟต์แวร์ในไทยมากกว่า 100 ราย
อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,865 วันที่ 28 - 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น