วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว IT เอชพี เปิดเกมรุกซอฟต์แวร์ไทย

 เอชพี เปิดเกมรุกซอฟต์แวร์ไทย

 เอชพี รุกตลาดซอฟต์แวร์ไทยเต็มสูบ  หลังเห็นโอกาสเติบโตสูง เชื่อเศรษฐกิจชะลอไม่กระทบการลงทุน  วางเป็นกลุ่มประเทศยุทธศาสตร์ในภูมิภาค  ล่าสุดส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ "แอพพลิเคชั่น ทรานส์ฟอร์เมชั่น" ตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรรับกระแส "โมบาย- คลาวด์-บิ๊กดาต้า"
    นายคามาล ดุททา รองประธาน  ฝ่ายธุรกิจการจัดการด้านไอทีหน่วยธุรกิจ เอชพีซอฟต์แวร์  บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ดฯ หรือ เอชพี ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่น   เปิดเผยว่าเอชพีมองการลงทุนซอฟต์แวร์ในไทยมีแนวโน้มการเติบโตสูง    โดยกลุ่มที่มีการลงทุนซอฟต์แวร์ คือ ภาคการเงิน โทรคมนาคม   รวมไปถึงภาครัฐ ที่เริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาด  นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทมีแผนร่วมมือกับคู่ค้าในการขยายตลาดกลุ่มองค์กรขนาดกลาง ทั้งกลุ่มโรงงาน หรือ ค้าปลีก อีกด้วย โดยมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง 
    ทั้งนี้มองว่าแม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว  แต่ไม่ส่งผลกระทบการลงทุนไอทีของภาคธุรกิจ   โดยกลุ่มองค์กรยังมีความจำเป็นต้องลงทุน  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ และความสามารถการแข่งขัน   อย่างไรก็ตามจะเลือกลงทุนในโซลูชันที่มีความจำเป็นต่อธุรกิจ   ซึ่งเอชพี มองไทยเป็น 1 ใน 3 ตลาดยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน    โดยจะมีการขยายการลงทุน , การลงทุนพัฒนาคู่ค้ารายเดิม  และขยายคู่ค้า หรือพาร์ตเนอร์รายใหม่  รวมถึงการจัดโปรแกรมทางการตลาด  เพื่อผลักดันให้ตลาดไทยมีการเติบโตต่อเนื่อง
    นอกจากนี้ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่รองรับกับระบบไอทีขององค์กรที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น   ทั้งอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น  ระบบเครื่องแม่ข่าย  หรือ เซิร์ฟเวอร์  ที่เป็นระบบเครื่องแม่ข่ายเสมือนจริง  หรือ เวอร์ชวลไลเซชัน  รวมถึงการพัฒนาไปสู่คลาวด์มากขึ้น   และข้อมูลปริมาณเพิ่มขึ้น หรือ บิ๊กดาต้า  ซึ่งเกิดจากการใช้งานโซเชียลมีเดีย   โดยความสลับซ้อนเหล่านี้ทำให้องค์กรมีความต้องการเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการ
    โดยเอชพีได้นำเสนอ "แอพพลิเคชั่น ทรานส์ฟอร์เมชั่น"  สู่ตลาด เพื่อสนับสนุนองค์กรต่างๆ สร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม เพื่อโน้มน้าวใจ เสริมสร้างสัมพันธภาพ และรักษาลูกค้า บุคคลทั่วไป และพนักงานขององค์กรจากอุปกรณ์สื่อสารทุกประเภทได้ทุกที่ทุกเวลา 
    ทั้งนี้ประกอบด้วย ซอฟต์แวร์ เอชพี เอนี่ แวร์ 10.01 ที่ช่วยลูกค้าเปลี่ยนแปลงระบบงานหรือ แอพพลิเคชันที่ใช้งานอยู่สู่โมบายแอพพลิเคชัน   สามารถรวบรวมแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้งานสำหรับองค์กรไว้ในจอเดียวกัน   และมีความปลอดภัยสูง     ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้งานสำหรับองค์กร   ทั้งยังสนับสนุนการนำอุปกรณ์ หรือ ดีไวซ์ ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (BYOD) อีกด้วย 
    พร้อมกันนั้นเอชพียังเปิดตัวแอพพลิเคชัน HP Anywhere Developer Zone ใหม่ ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ ได้แก่ ชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ของเอชพี (HP software developer kits หรือ SDKs) การสาธิตต่างๆ และคู่มือการสร้างแอพพลิเคชัน เพื่อแลกเปลี่ยนและนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ออกแบบและสร้างสรรค์แอพพลิเคชันโมบายระดับองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
    ส่วนทางด้านคลาวด์ นั้นได้นำเสนอบริการคลาวด์ เซอร์วิส ออโตเมชัน  ที่เข้ามาช่วยจัดการกระบวนการทำงานขององค์กรให้ไหลลื่นมากขึ้น     ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของคน   ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน  ลดเวลา  และลดคนลงไป   นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว เอชพี  เซิร์ฟเวอร์ ออโตเมชัน ที่สามารถบริหารจัดการได้ 3,000 เซิร์ฟเวอร์  สามารถติดตั้งใช้งานได้ภายใน 1 ชั่วโมง  ติดตั้งระบบฐานข้อมูลที่เป็นโอเพนซอร์ซมาในตัว  และมีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการที่ง่ายต่อการใช้งาน   โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณลงทุน  และลดเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์
    สุดท้าย คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมาก หรือ บิ๊กดาต้า  โดยเอชพีมีซอฟต์แวร์โอเพนวิว ที่เข้ามาช่วยติดตามตรวจ หรือ ตราการ ข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์   ซึ่งหากพบปัญหา หรือเจอเหตุการณ์ผิดปกติ ก็จะดำเนินการจัดการโดยทันที    นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้อีกด้วย     
        นายคามาล ดุททา  กล่าวต่ออีกว่าด้วยกลยุทธ์ทางด้านพาร์ตเนอร์   และ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการธุรกิจ  จะช่วยผลักดันให้เอชพีมีฐานลูกค้าองค์กร ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น  โดยขณะนี้มีฐานลูกค้าซอฟต์แวร์ในไทยมากกว่า 100 ราย

อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,865 วันที่  28  - 31   กรกฎาคม  พ.ศ. 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น